พอดีช่วงนี้ไม่รู้จะเขียนอะไรดี
เพราะว่าช่วงนี้ชีวิตเรียบง่ายซะจนไม่มีอะไรมาลับสมองประลองความสามารถของโชนะเลย...
ปกติแล้วโชนะไม่ค่อยได้ไปหาเรื่องมาไส่หัวหรอก
เพราะปกติชีวิตตัวเองก็ยุ่งมากพอแล้ว(ยกเว้นช่วงนี้ล่ะนะ)Embarassed

เลยเข้าไปยุ่งย่ามกับชีวิตชาวบ้านชาวเมืองเขาซะหน่อย
เรื่องมีอยู่ว่า เพื่อนในเฟสบุค แท็คเพื่อนอีกคนหนึ่งว่า มันเอาชีวิตจริงของนายไปเขียนสินะ
http://pantip.com/topic/32682532

ขอวางข้อความต้นเรื่องไว้ละกันเผื่อใครขี้เกียจกดดู(คอมเม้นโชนะก็ไม่ได้อ่านเหมือนกันแหละ)

"ผมเป็นคนที่ค่อนข้างเลือกคนที่จะคุยด้วยมากๆ เพราะคิดว่า ถ้าจะมีแฟนซักคน อยากจะคบนานๆ คบไปเรื่อยๆ ไม่อยากจะต้องมาเปลี่ยนไปเรื่อยหลายคน
ซึ่งพอมีบางคนเข้ามา เราก็จะดูก่อนว่า คนนี้เข้ากับเราได้ไหม หลายคนทำลายกำแพงเข้ามาเรียบร้อย พอผมมั่นใจว่าคนนี้ เรามั่นใจแล้ว ว่าเห้ย คนนี้ใช่ คนนี้โอเค เค้าดูสนใจเราจริงๆนะ เค้าทักเรามาทุกวันเลย เค้าคิดอะไรกับเราชัวร์ๆ(ซึ่งเราไม่ได้คิดไปเองแน่นอน)........ผมก็จะคุยกับ คนนี้คนเดียว คนอื่นทักมา ผมก็จะเฉยๆ ทั้งวันรอคุยกับคนๆนี้ เพราะผมคิดว่ามันคือความจริงใจที่จะมอบให้คนๆนึง และให้เกียรติคนที่จะคุยด้วย
...แต่เมื่อไหร่ที่ผมจริงจัง จริงใจกับใครซักคน สิ่งที่มักได้กลับมา มันคือความเฉยชา ขึ้นมาซะอย่างนั้น บางคนมองผมเป็นแค่ตัวเลือกตัวหนึ่ง หรือเพราะเค้าแค่เข้ามาหว่านสเน่ห์แล้วจากไป ? และเหตุการณ์แบบนี้ ก็เกิดขึ้นบ่อยมากกับผม จนในที่สุด ความเงียบและความว่างเปล่าก็เข้ามาแทนที่ ไม่มีบทสนทนาใดอีกเลย สุดท้ายกลายเป็นผมสร้างกำแพงหนาๆขึ้นมาอีกครั้ง รู้สึกเข็ดกับการเปิดใจรับใครซักคน และก็เป็นผมที่ยอมแพ้และเดินออกมาในที่สุด

มีเพื่อนๆคนไหน มีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นบ้างไหมครับ ?
ตอนนี้รู้สึกอ่อนแอมากๆ"

/ l / l
(*.* )

โชนะรู้จักเพื่อนคนนี้มาตั้งแต่เรียนมหาลัย ตอนนี้ทำงานได้ 2 ปีแล้ว
แต่ชีวิตเรื่องอกหักของเขาก็ยังเป็นตำนานให้เพื่อนๆในกลุ่มกล่าวขานจวบจนทุกวันนี้
ชีวิตเขาได้พบพานผู้หญิงหน้าตาดี น่ารักๆ มากมาย จนเพื่อนอิจฉาและถาม(ขอเบอร์ต่ออีกที)
ซึ่งนายนี่ก็มักจะไม่ให้ จนเพื่อนตั้งชื่อเล่นให้ว่า ตากั๊ก(กั๊กสาวน่ะนะทำนองว่าเก็บไว้เอง)
แม้ว่าจะมีผู้หญิงสาวสวยถูกใจ ตรงสเป็ค ถ่ายรูปคู่กันลงอวดเฟสบุคมากมายหลายคน  หรือมาทำสนิทด้วยอย่างไรก็แล้วแต่ สุดท้ายแล้วนายคนนี้ก็ได้พบแต่...
แห้ว ตัวเบ้อเร่อ...

โชนะก็ไม่ได้ดูถูกหรือว่าอยากสอนอะไรให้เขาหรอกนะ เพราะเรื่องนี้มันเป็นที่ทัศนะคติส่วนบุคคล(เลยมาเขียนบล็อกอยู่ที่นี่ไงเพราะเพื่อนที่มาอ่านที่บล็อกนี้ส่วนมากไม่รู้ว่าโชนะคือใคร!!)

ไอ้เราก็ไม่ได้เป็นเพื่อนสนิทของเขาเป็นแค่เพื่อนที่ได้ร่วมงานกันครั้งหนึ่ง เลยคิดว่าไม่ควรคอมเม้นอะไรลงไปเพราะเขาไม่ได้ขอความช่วยเหลือหรืออยากให้เราแสดงความคิดเห็นนี่นา...


แต่เห็นว่าคันนิ้ว อยากเขียน เกรียนว่างั้นเถอะ!!Kiss
จึงเป็นที่มาของเอนทรี่นี้
เลยอยากเขียนแสดงความคิดในมุมมองของโชนะเอง
(ความเห็นส่วนบุคคลล้วนๆนะจ๊ะ บอกได้ เม้นได้ แต่ห้ามเถียง เพราะยังไงมันก็เป็นแค่ความเห็นส่วนบุคคล ไม่อยากให้บล็อกโชนะไปดังกระฉ่อนเน็ทในดราม่าแอดดิก นะจ๊ะ)

---

โดยส่วนตัวโชนะเป็นคนค่อนข้างบ้างาน(ไม่ได้ทำงานตอกบัตรเลยไม่มีกำหนดเวลาเริ่ม-เลิกงาน)
ถึงเป็นช่วงเรียนก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับแฟนมากนัก (แต่ก็มีกุ๊กๆกิ๊กๆตามประสาวัยรุ่นทั่วไปล่ะนะ)
เพราะให้ความสำคัญกับชีวิตตัวเองมากกว่า

ถ้าถามโชนะว่าเคยเจอเหตุการณ์แบบข้างบนนี้ไหม...
คำตอบคือ ไม่
และเข้าใจความรู้สึกนายกั๊กนั่นไหม
ก็ไม่อีกนั่นแหละ
เพราะว่าโชนะเองค่อนข้างจะแตกต่างกับนายกั๊ก(ขอเรียกชื่อนี้ละกันนะ)
คือ โชนะไม่มีมาตรวัดความสนใจ...ไม่ได้เพ่งเล็งว่าใครจะสนใจเรา...ก็แค่โชนะเป็นโชนะอย่างที่เป็น
ไม่ได้ทำตัวอยากคุยกับใคร หรืออยากให้เขาคุยกับโชนะเป็นพิเศษ
หลายคนลับหลังบอกว่าโชนะหยิ่ง
แต่ก็นะแบบนี้ จะทำให้คนประเภทน่ารำคาญหรือคนประเภทผ่านมาแล้วก็ผ่านไปหายไปจากชีวิตเยอะพอสมควร
เพราะโชนะเป็นคนค่อนข้างแคร์คนไกล้ตัวมาก
การปล่อยให้คนที่ไม่น่าทำดีด้วยมาไกล้ตัวจนทำร้ายเราข้างหลังนี่มันเจ็บ(เจ็บแล้วจำจนตายเลยล่ะ)

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่พูดคุย หรือไม่คบค้าสมาคมด้วยหรอกนะ แค่ปล่อยให้ผ่านหายไปตามกาลเวลาเองเท่านั้น
ใครทักโชนะก็ทักตอบ ยิ้มมาโชนะก็ยิ้มตอบ
เพราะโชนะถือว่าคบคนได้ทุกประเภท เพราะอย่างไรเขาก็มีข้อดี-ข้อเสียต่างกัน
อย่างน้อยก็ต้องพูดคุยกันได้ (งานของโชนะต้องประสานงานองกรณ์แห่งหนึ่งจำเป็นต้องติดต่อคนจำนวนมาก)
และที่โชนะเห็นว่าเป็นจุดอ่อนของตากั๊กนี่คือ

1.จิ้นเอาเองว่าเขาสนใจ(ไม่รู้สนใจจริงหรือไม่แหละ)


2.จิ้นเอาเองว่าเขาเลิกสนใจ


และสุดท้ายแย่ที่สุดคือ3.การยอมแพ้และถอยห่างมาเอง...


1.จิ้นเอาเองว่าเขาสนใจ(ไม่รู้สนใจจริงหรือไม่แหละ)
และ
2.จิ้นเอาเองว่าเขาเลิกสนใจ
2 อันนี้อันตรายมาก ที่ว่าอันตรายและเสี่ยงคือ

เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าคนที่อยู่ตรงหน้าคุณคิดอะไรอยู่
ถึงจะพูดกันเป็นมั่นเป็นเหมาะ แน่นอนบางครั้งก็พูดโกหกกัน คงไม่ต้องบอกนะเพราะอะไร
จิตใจของเราเอง บางครั้งก็ไม่สามารถตอบได้เลยว่าเราต้องการอะไร แล้วจะหวังอะไรกับใจคนอื่นที่เราไม่สามารถล่วงรู้ได้...
การคิดเองเออเองเป็นผลร้ายมากกว่าผลดี เพราะคิดไปแล้วเรามักคาดหวังกับความคิดนั้น
ถ้าได้ตามคาดก็เสมอตัว คือสมหวัง
ถ้าไม่ได้ตามนั้นก็เหมือนตกเหว กลายเป็นความรู้สึกไม่ดีต่อตัวเองไป
แล้วก็มานั่งซึม หรืออาการที่เรียกกันว่าอกหัก

และ3.การยอมแพ้และถอยห่างมาเอง...
โชนะถือว่าอันนี้ทำตัวเอง โทษใครไม่ได้ เป็นการยอมรับว่าเรายอมแพ้(แต่ก็ไม่ได้บอกว่าให้ "สู้ต่อไปทาเคชิ อะไรเทือกนั้นหรอกนะ" (-.-" ))
 คือการยอมรับการจิ้น 2 ข้อข้างบนว่าถูกต้อง(ซึ่งบางครั้งยังไม่ได้พิสูจน์อะไรเลย!!)
อาจจะผิดหรืออาจจะเฟล มันก็ยังไม่ได้พิสูจน์
บางคนอาจปล่อยมันคาราคาซังอยู่แบบนั้น กลายเป็น ความสัมพันซับซ้อน...(ไม่แน่ใจว่าจะหมู่จะจ่า จะกำนันหรืออบต.)
ซึ่งบางครั้งปล่อยเอาไว้ไม่พูดกันมันก็จะเริ่มหายไป แบบที่ข้างบนกล่าวไว้..
ความเงียบและความว่างเปล่าก็เข้ามาแทนที่
 
แน่ล่ะ ยอมแพ้ไปแล้วนี่ จะสานสัมพันกันต่อยังไงดีล่ะ (-.-") (จะให้ฝ่ายหญิงมาขอมรึงแต่งงานหรือสารภาพรักทันทีรึไงเล่าLaughing)
แน่ล่ะ สาวๆส่วนมากก็กลัวแห้วเป็นเหมือนกัน เพราะแห้วมาเสียหน้ามากและผู้ชายมักเอาไปเม้ามอยกันสนุกในวงเหล้าด้วยสิ แล้วจะให้สาวที่ไหนกล้าล่ะ
ยังไงเสียนายกั๊กนั่นก็ยอมจำนนด้วยการจิ้นของตนเอง และก็มาเป็นแบบข้อความในพันทิพย์นั่นแหละนะ

และสุดท้าย โชนะเองค่อนข้างจะติส(ค่อนข้างมีอารมณ์ศิลปิน) เรื่องมาก(ตามใจตัวเองมาก) จึงมีคนน้อยมากที่ทนได้ ส่วนมากจะหายไปจากชีวิตอย่างรวดเร็ว...
ปัจจุบัน ไม่ได้เล็งใคร หรือ ถูกใครเล็งไว้(มั้ง)Embarassed
เรื่องแบบนี้ปล่อยให้แก่ตายแล้วค่อยแต่งกันก็ได้มั้งEmbarassed
เรื่องของตัวเอง จะพูดเองเออเองก็ยังไงอยู่ เอาเป็นว่าถ้าจะมีก็มีเองนั่นแหละ
โชนะเลยไม่ได้คิดมากเรื่องพวกนี้Kiss

ก็เลยขอจบบทความเกรียนๆด้วยประการฉะนี้ล่ะนะCry
แถมนิดนุง งิๆKiss
 
 

edit @ 14 Oct 2014 02:19:13 by TEXTER

edit @ 14 Oct 2014 04:14:11 by TEXTER

edit @ 14 Oct 2014 04:16:06 by TEXTER

Comment

Comment:

Tweet

โอะไม่มาหาโชนะนานเลยนะ
เรื่องแฟน ถ้าคู่กันแล้วกะได้กันละ
สาวข้างบ้านท่าทางทอมมาก ๆ ใครจะคิดว่าชีมีแฟน
อยู่ ๆ แจกการด์แต่งเพื่อนมึนมาก แต่งกับชาย ที่เปนเพื่อนสนิทมา 15 ปี
ชายนี้กะมีแฟนหลายคน สุดท้ายมาแต่งกัน

#2 By ปิยะ99 on 2015-01-28 13:52

เห็นด้วยค่ะ บางทีก็น่าจะถามไปตรงๆ เพราะการ 'คิดไปเอง' ไม่ได้พิสูนจ์อะไรเลย เผลอๆอาจทำให้เรื่องแย่ลงกว่าเดิม
เหมือนว่า 'จริงใจ' ของเขาเป็นความคิด ไม่ใช่ความรู้สึกที่พร้อมจะสื่อผ่านการกระทำให้สัมผัสได้..
เรางงกับการรอคุยแค่คนที่ชอบคนเดียว คนที่ชอบเขาจะรู้มั้ยอ่ะ แล้วจะดีใจมั้ย 5555
ปล.ความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ question  /เวิ่นซะยาวเลย sad smile

#1 By BPPBPP8 on 2014-10-23 20:01