เมื่อวานนี้น้องสาวแท้ๆทักเฟสบุคมา
ค่อนข้างจะคุยกันยาวยืดเพราะปกติข้าพเจ้าไม่ได้ออนไลน์บ่อยนัก
แล้ววันนี้แม่คนปัจจุบันก็โทรมาบอกให้โทรคุยกับน้องหน่อยน้องคิดถึง
เลยกดไปดูโทรศัพท์มือถือย้อนหลัง พบว่า สายน้องโทรมาตั้งแต่วันเสาร์เย็นๆ เพียบเลย

ตอนนี้น้องสาวที่อายุห่างกันได้ สัก 8 ปี คนนี้กำลังเรียนอยุ่ที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ สาขา การจัดการอุตส่าหกรรมการท่องเที่ยวและการโรงแรม ปี 1

เลยทำให้นึกย้อนไปถึงเมื่อช่วงกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
เลยเป็นที่มาของเอนทรี่นี้
---
เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2557
ด้วยความเป็นห่วงน้องสาว ที่เป็นคนค่อนข้างหัวอ่อน การเรียนพอใช้ (เฉลี่ยเกรด 2.76)
ประกอบกับพ่อและแม่โทรมาบ่นเรื่องน้องสาวให้ฟังในด้านไม่ดีค่อนข้างบ่อย
เนื่องจากในบ้านโชนะจะเป็นพี่คนโตคนที่เข้าใจน้องๆดี
เวลามีเรื่องอะไรมักจะคุยกันเองเข้าใจระหว่างพี่น้องง่ายกว่าพ่อแม่
โชนะเลยมักจะเป็นตัวกลางระหว่างผู้ใหญ่และเด็กๆ (อิโชนะถึงจะโตแล้วแต่นิสัยอีกด้านหนึ่งยังคงเหมือนเด็กทำให้เข้ากับเด็กกว่าได้ง่าย)
และน้องคนนี้ค่อนข้างติดเพื่อนและแฟนน่าดู
ซึ่งโชนะเองได้เคยพบกับกลุ่มเพื่อนของน้องคนนี้ จากการดูนิสัยเบื้องต้นของโชนะเอง เพื่อนทั้งตอน ม.ต้นและ ม.ปลาย รวมไปถึงแฟนของน้องคนนี้ ก็ไม่ได้นิสัยดีอะไรมากมาย ซึ่งก็เคยเตือนไปแล้ว
เอาเป็นว่า น่าเป็นห่วง ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี่เนอะ
โชนะเลยบอกกับพี่วอลไว้ว่า อยากกลับบ้านไปดูน้องที่กำลังจะเรียนจบ ม.ปลายสักหน่อย
ซึ่งพี่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะตำแหน่งอิโชนะเองกำลังจะหมดวาระในปีนี้ (ได้ว่างขึ้นเหมือนเมื่อก่อนอีกครั้ง)
แต่ก็บอกทิ้งท้ายไว้ว่าให้กลับมาทำงานกับพี่นะ
โชนะก็รับปากว่าจะกลับมา
ก็เลยเคลียงาน พอประชุมสามัญประจำปีเสร็จ เป็นไปตามคาด

อิโชนะก็ตัวปลิวกลับบ้านทันทีSurprised
 
แอร๊ย...โคตรคิดถึงเลย
กลับมาครั้งนี้เห็นอะไรๆค่อนข้างพัฒนามากมาย (ด้วยน้ำพักน้ำแรงเราด้วยล่ะนะ) เลยดีใจมากเป็นพิเศษ
(เรื่องอื่นๆที่ไม่ค่อยเกี่ยข้องขอข้ามไปนะเพราะดูแล้วจะยาวมาก)
พอได้เจอน้องและคุยกันก็พบว่า โดนชวนไปสมัครที่มหาลัย โน่น นั่น นี่ สาขา ตามกลุ่มเพื่อนๆและแฟนของเธอ
ซึ่งแน่นอนเธอไม่ได้เล่าส่วนนี้ให้พ่อแม่ฟัง บอกแต่ว่าจะไปสมัครที่ โน่น นี่ นั่น
พ่อแม่เลยไม่สงสัยอะไรเลย
ด้วยความที่ว่าเนย (เรียกชื่อเล่นละกันนะ)
เติบโตมาในบ้านเป็นน้องรอง ไม่ค่อยลำบากนัก เลยไม่กระตือรือล้นเหมือนโชนะ(ซึ่งทราบความลำบากมาก่อนที่จะเป็นอย่างปัจจุบัน)
ประกอบกับสมัยเรียนโชนะเรียนได้เกรดดี กิจกรรมในโรงเรียนก็มักเป็นแนวหน้ามาตลอด และเคยเป็นประธานนนักเรียนอยู่สมัยหนึ่ง เลยเป็นตัวเปรียบเทียบมาตรฐานให้กับคุณพ่อคุณแม่ไป
น้องเนยเลยโดนว่าเรื่องการเรียนอยู่เรื่อย (โชนะเรียนสายวิท-คณิต น้องเนยหัวไม่ค่อยไปเลยเลือกศิลป์-คณิต)
ซึ่งโชนะก็พอเข้าใจอยู่ แต่ทางคุณพ่อ คุณแม่นั้น ไม่ได้เข้าใจมากนัก
น้องเนยเลยไม่ค่อยถูกกับพ่อแม่ไปเพราะโดนว่าอยู่เรื่อย
เลยไปคบหาเพื่อน ปรึกษาเพื่อนแทนพ่อกับแม่เพราะเป็นคนไกล้ชิดในเวลานั้น
ก็นะ...เพื่อนก็มีความเห็นของเพื่อน ถึงจะมีจุดประสงค์แอบแฝงอยู่ในตัวก็เถอะนะ
แต่โดยรวมแล้ว เพื่อนเหล่านั้นไม่ได้เห็นประโยชน์ของน้องเนยเป็นหลัก แค่ต้องการดึงตัวเพื่อนไปเรียนที่มหาลัยเป็นเพื่อนคุย เพื่อนเรียน เพื่อนเที่ยว เท่านั้น(น้องเนยจ่ายเงินง่ายเพราะเทียบกับเพื่อนๆเธอแล้วดูมีเงิน)
พ่อกับแม่ก็เริ่มบ่นว่าเนยใช้เงินเปลือง(ค่าเดินทาง ค่าสมัครสอบ ค่ากินพัก บลาๆๆ รวมไปที่ละ 4000)
 
และมีวันนึงน้องเนยโดนเรียกไปถามว่าจะเอาอย่างไรกับอนาคตของเธอ
ซึ่งเนยเองก็ตอบพ่อแม่ไม่ได้เพราะว่าตอนนั้นยังไม่ได้ไปสอบเข้าที่ไหนเลย
แต่ในมุมของพ่อแม่แล้วเขาต้องการดูว่าเธอวางแผนชีวิตหลังจบ ม.ปลายในอีกไม่ถึงเดือนนี้แล้วหรือยัง
การพูดคุยก็ตึงเครียดมาก โชนะก็ได้แต่ฟังเฉยๆไม่ได้ทำอะไร เพราะว่าอนาคตของเนยเองต้องคิดเองตอบเอง
แต่เรื่องมันจบเรื่องตรงที่ว่าเนยเกิดอาการเครียดมากจนหายใจไม่ทัน ก็เลยเลิกถาม ปล่อยให้ไปนอน
หลังจากนั้นสักพักนึงโชนะได้ตามไปในห้องและได้คุยกัน
โชนะคุยกันตามประสาพี่น้องที่เคยมาถามโน่นนี่นั่นเกี่ยวกับการเรียนและมหาลัยที่จะไป
สรุปได้ว่า เธอเองค่อนข้างเครียดเหมือนกันเพราะมีโชนะเป็นต้นแบบที่ค่อนข้างดูดีในสายตาของคนทั่วๆไป
เพราะพ่อเป็นคนข้อนข้างมีหน้ามีตาในสังคม พ่อเลยเคี่ยวเข็นลูกสาวอีกคนหนึ่งให้ได้ดี สามารถไปคุยกับใครต่อใครได้ เหมือนโชนะ
แต่โชนะบอกไปว่า "เรียนต่อหรือไม่ก็ได้ (ถ้าไม่เรียนก็จะให้ทำงานดูแลหอพักที่เพิ่งสร้างมาให้พ่อไกล้ๆบ้าน)ติดที่ไหนก็ได้ สาขาไหนก็ได้ ไม่ว่าทางไหนโชนะรับประกันว่าพ่อจะไม่เสียใจและไม่เดือดร้อนใคร ขอให้เนยเลือกทางเดินของตัวเอง ถ้ายังไม่เลือกเมื่อถึงเวลา จะมีคนอื่นเลือกให้..."
เป็นอันว่าแก้ปัญหาทางบ้านให้แล้ว อยู่ที่เธอแล้วล่ะนะหลังจากนี้
เพราะโชนะได้คุยกับพ่อแม่แล้วว่าปล่อยให้เนยเลือกเรียนเองอะไรก็ได้ โชนะจะส่งมันเรียนเอง
ถึงกระนั้นเธอก็ยังลังเลใจอยู่

โชนะเลยเตือนสติเธอไปว่า  
"เพื่อนน่ะช่างมันเถอะ หาใหม่ได้ ถ้าสนิทกันจริงๆ ถึงห่างไกลกันมันก็ยังติดต่อมาอยู่เสมอหรอก ไปเรียนสาขาที่อยากไปจริงๆเถอะ"
เนยเลยตัดสินใจ ไม่ไปหลายๆที่ เหลือไปสมัครแค่ 2 ที่

พอประกาศผลสอบ
มีชื่อน้องเนย
ทั้งเนยดีใจ
พ่อแม่ดีใจ
พีโชนะเองก็ดีใจ 

แฮปปี้กันทั้งบ้าน
เฮฮาลั่นล้า ฉลองกันชื่นบาน

จบEP.1
แฮปปี้เอนดิ้งมั้ย?
เอนทรี่หน้าเล่าต่อนะจ๊ะ Kiss

edit @ 3 Oct 2014 14:54:49 by TEXTER

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot!

#2 By BPPBPP8 on 2014-09-15 21:52

คุณในฐานะแม่ลูกสามคนและเปนลูกของแม่ ที่มีลูก 5 คน
ทุกบ้านลูกมักโดนเปรียบเทียบจากพ่อแม่เองกับคนรอบข้าง
ป้าเองแต่เด็กไม่เคยคุยอะไรให้พ่อแม่ฟังแก้ปัญหาเองกับพี่ ๆ
พ่อแม่ไม่ต้องรับรู้อะไรเลยจนท่านเสีย
พอลูกตัวเองป้ากะเอาสิ่งที่ตัวเองเจอมาเปลี่ยนรับรู้ปัญหาของลูก
แล้วช่วยแก้ไข...ลูกคนกลางเปนคนที่ทำให้ปวดหัวมากที่สุด
แต่เราต้องช่วยเทอจนถึงฝั่ง มิฉะนั้นคนเปนพ่อแม่ต้องเจ็บปวดเอง
ตอนนี้ลูกทุกคนจบมหาลัยทำงาน แล้ว พ่อแม่มีความสุข

#1 By ปิยะ99 on 2014-09-08 15:26